ทํานายฝัน

ดูดวงอนาคตแม่นดูดวงอนาคตแม่นๆ แบบหลายเดือนหลายปี ดีกว่าแบบดูดวงฟรี

** การทำนายฝัน เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณ **

อ่าน ทํานายความฝัน ทั้งหมด

ทํานายฝัน

มีข้อสังเกตว่า มีความสอดคล้องกันระหว่างความฝันกับดวงชะตานั่นคือ เมื่อเวลา ดวงดี คําแปลความฝันจะออกมาดี และเวลาที่ ดวงไม่ดี คําแปลความฝันก็จะออกมาไม่ดี

ค้นหาคําทํานายฝันค้นหาคําทํานายฝัน

หวย ความหมายตามพจนานุกรม
หวย มีความหมายตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ว่า น. การพนันอย่างหนึ่ง เดิมใช้ออกเป็นตัวหนังสือ, (ปาก) สลากกินแบ่ง

หวย แต่เดิมนั้นมิใช่เป็นกิจกรรมที่คนไทยคิดขึ้นเอง จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของจีนระบุว่า การพนันทายตัวเลขหรือตัวหนังสือนี้มีขึ้นครั้งแรกในสมัยพระเจ้าเตากวาง แห่งราชวงศ์ไต้เช็ง ประมาณ พ.ศ. ๒๓๖๔ ถึง ๒๓๙๔ การพนันทายตัวเลขหรือตัวหนังสือของจีน เรียกว่า ฮวยหวย แปลว่า ชุมนุมดอกไม้ เหตุที่มีความหมายเช่นนี้ เพราะในชั้นแรกเขียนตัวหวยเป็นรูปดอกไม้ ภายหลังจึงเปลี่ยนเป็นชื่อคนโบราณ โดยทำป้ายเล็ก ๆ จำนวน ๓๔ ป้าย เขียนชื่อคนโบราณเป็นภาษาจีนลงป้ายละชื่อ เช่น สามหวย ง่วยโป๊ ฯลฯ แล้วเจ้ามือจะเลือกป้ายชื่อคนเหล่านั้นหนึ่งอันใส่ในกระบอกไม้ ปิดปากกระบอกแขวนไว้กับหลังคาโรงหวย ให้คนทายว่าจะเป็นชื่อผู้ใดใน ๓๔ ชื่อนั้น ต่อมาได้เพิ่มชื่อขึ้นอีก ๒ ชื่อ รวมเป็นตัวหวย ๓๖ ตัว

เมื่อหวยมีแหล่งกำเนิดอยู่ที่ประเทศจีน แล้วหวยเดินทางเข้ามาประเทศไทยได้อย่างไรเป็นคำถามที่น่าสนใจไม่น้อย กล่าวกันว่าหวยเข้ามาในประเทศไทยพร้อมกับชาวจีนอพยพกลุ่มหนึ่งในราว พ.ศ. ๒๓๖๐ ในระยะแรกๆ นิยมเล่นกันในหมู่ชาวจีนอพยพเท่านั้น จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๓๗๔ ถึง ๒๓๗๕ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เกิดข้าวยากหมากแพง เพราะปีหนึ่งน้ำมากแต่อีกปีหนึ่งเกิดฝนแล้ง จึงทำให้ข้าวขาดตลาดและมีราคาแพง เงินตราที่หมุนเวียนก็หดหายไป

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเข้าพระทัยว่า คงเป็นเพราะมีผู้นำเงินตราไปซื้อฝิ่นมาเก็บไว้ขาย พระองค์จึงโปรดให้เอาฝิ่นมาเผาเสียมาก แต่เงินก็ยังคงหายไปจากตลาดอยู่ ช่วงนั้นเอง เจ้าสัวผู้หนึ่งซึ่งเป็นนายอากรสุราชื่อว่า จีนหง ได้เข้าเฝ้ากราบทูลว่า การที่เงินหายไปนั้นเพราะราษฎรนำไปใส่ไหฝังดินไว้ ถ้าจะเรียกเงินขึ้นมา ต้องออกหวยให้คนเล่นเหมือนเมืองจีน รัชกาลที่ ๓ ทรงเห็นพ้องกับความคิดของเจ้าสัวจีนหง จึงโปรดให้ จีนหง ออกหวยขึ้นครั้งแรก เมื่อเดือนยี่ปีมะแม พ.ศ. ๒๓๗๘ ดังนั้น เจ้าสัวจีนหง นอกจากจะเป็นนายอากรสุราแล้ว ยังเป็นนายอากรหวย มีตำแหน่งเป็นขุนบาล หารายได้ให้รัฐบาลอีกด้านหนึ่งด้วย

ในช่วงแรก การออกหวยตามแนวคิดของเจ้าสัวจีนหง จะออกหวยวันละครั้งในตอนเช้า วิธีการออกหวยให้คนไทยเล่น ได้ปรับเปลี่ยนจากแผ่นป้ายรูปคนและเขียนชื่อชาวจีนและอักษรจีนมาเป็นอักษรไทย แล้วตามด้วยชื่อคนโบราณจีนที่เขียนด้วยตัวอักษรไทย เช่น ก. สามหวย ข. ง่วยโป๊ เป็นต้น ทั้งนี้เป็นเพราะคนไทยอ่านหนังสือจีนไม่ออก อักษรไทยที่ใช้เริ่มจาก ก ข ฃ ค ฅ เรื่อยไปตามลำดับ อักษรไทยที่ใช้เขียนออกหวยมี ๓๔ ตัว ตัดอักษรทิ้ง ๘ ตัว คือ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ ศ ษ ด้วยเหตุที่เขียนอักษรไทยในแผ่นป้ายนี่เองจึงเป็นที่มาของหวย ก. ข.

ในเรื่องการแทงหวย คนไทยมักโยงความฝันของตนแล้วตีออกมาเป็นเลขหวย ในสมัยที่ยังเล่นหวย ก. ข. นั้นหากแทงหวยอักษร ก. มักจะมีคำกลอนกำกับไว้ว่า

เจ้าหัวฉอกสามแฉกเป็นเส้นฉาก หนวดที่ปากแดงจ้าหน้าออกผี

ชื่อสามหวยสวยนักเป็นจักรี นางชะนีมาเกิดกำเนิดนาม

ฉะนั้นเมื่อฝันเห็นชะนี ฝันเห็นคนสวยหรือคนมีหนวด ก็มักจะแทงตัว ก. สามหวย

เรื่องความฝันกับการตีออกมาเป็นเลขหวยนี้มีปรากฏในวรรณกรรมเรื่องสี่แผ่นดิน ของพลตรีหม่อมราชวงศ์ศึกฤทธิ์ ปราโมช ตอนหนึ่งที่ตัวละครคือ นางพิศ ผู้เป็นบ่าวของแม่พลอย พูดโต้ตอบกับคุณเชยผู้เป็นพี่สาวร่วมบิดาเดียวกันกับแม่พลอย โดยมีช้อยร่วมวงสนทนาอยู่ด้วยว่า

เมื่อคืนพิศฝัน ดี๊ดี เห็นนกกระยางบินมาตั้งฝูง วันนี้ต้องแทงหวยให้เต็มภิกขาทีเดียว

แทงตัวอะไรพิศ ช้อยถามอย่างสนใจ

แทง ป. กังสือซีคุณช้อย นางพิศตอบอย่างแน่ใจ

ไฮ้ ! ฝันเห็นนกกระยางทำไมไปแทง ป. กังสือล่ะพิศ คุณเชยซัก

ก็นกกระยางมันกินปลานี่เจ้าค่า นางพิศตอบอย่างปราศจากสงสัย

ปลาก็ ป. กัง สือ ซี เ จ้ า ค่ า

จะเห็นได้ว่าอักษร ป. กังสือที่ยกมากล่าวนี้เป็นอักษรตัวที่ ๑๙ ในแผ่นป้ายอักษรไทยสมัยนั้น ข้อมูลจากวรรณกรรมจึงเป็นสิ่งยืนยันได้ว่า คนไทยในสมัยนั้นนิยมเล่นหวยกันมาก

ในวงการหวย ก. ข. ผู้ที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกันกับหวย ก. ข. คือเจ้ามือหวย ซึ่งมีราชทินนามว่า ขุนบาลเบิกบุรีรัตน์ ชาวบ้านเรียกสั้นๆ ว่า ขุนบาล หรือ ขุนบาลหวย ขุนบาลจะเป็นผู้รับกินรับใช้เพราะเป็น เจ้ามือ

วิธีเล่นหวย ก. ข. นั้นไม่ยุ่งยาก ผู้แทงหวยจะต้องไปซื้อหวยจากเสมียนที่ตั้งขายอยู่ตามมุมถนนต่างๆ เมื่อซื้อแล้วเสมียนจะออกใบเสร็จรับเงินของโรงหวย โดยมีข้อความเกี่ยวกับตัวอักษรหรือ ตัวเลขที่แทง วันเดือนปี และเวลาที่ออกหวย จำนวนเงินที่แทง รวมทั้งรางวัลที่จะได้รับ โดยข้อความเหล่านี้จะเขียนเหมือนกันทั้งต้นขั้วและปลายขั้ว เรียกว่า โพย ผู้ซื้อถือปลายขั้วไว้ ผู้ขายจะนำต้นขั้วมาส่งให้ขุนบาลก่อนกำหนดออก เพื่อตรวจโพยก่อนว่าตัวไหนใครแทงมากน้อยเท่าใด ออกแล้วจะขาดทุนหรือกำไรเท่าใด จากนั้นจึงนำตัวหวยที่คิดแล้วนี้ใส่ถุงชักรอกแขวนให้ประชาชนดูว่า หวยออกตัวนี้ ผู้แทงถูกจะได้รางวัล ๓๐ ต่อรวมทั้งทุน ส่วนเสมียนก็ชักเปอร์เซ็นต์ ๑ ต่อ

ในสมัยรัชกาลที่ ๓ โรงหวยตั้งอยู่ใกล้สะพานหัน แล้วย้ายมาอยู่ที่หน้าวังบูรพาภิรมย์แต่เดิมออกหวยตอนเช้าวันละครั้ง ต่อมาพระศรีวิโรจน์ได้กราบทูลขอตั้งขึ้นอีก ๑ โรง อยู่ที่บางลำพู ออกหวยตอนหัวค่ำ วันละครั้ง ในสมัยนั้นจึงมีหวย ๒ โรง เรียกว่า โรงเช้าและโรงค่ำ

ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ มีผู้ขอผูกอากรหวยออกไปตั้งที่เพชรบุรีและอยุธยา แต่เล่นอยู่ไม่นาน พระองค์จึงโปรดให้เลิกหวยทั้งสองแห่งเสีย เนื่องจากทรงเห็นว่าราษฎรยากจนลงกว่าเดิม

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชดำริจะเลิกอากรหวย แต่ก็ทรงเกรงว่าจะหารายได้แผ่นดินมาชดเชยไม่ทัน จึงเพียงแต่ผ่อนลดบ่อนเบี้ยให้มีน้อยลงตามลำดับ พอมาถึงในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงยกเลิกอากรหวย ก. ข. อย่างเด็ดขาด เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๙

อย่างไรก็ตามในรัชสมัยรัชกาลที่ ๕ นั้น ได้มีชาวอังกฤษแนะนำให้รัฐบาลไทยออกสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อหารายได้บำรุงการกุศล คำว่า สลาก นี้ ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Lottery คนไทยจึงรู้จักคำว่าล็อตเตอรีตั้งแต่นั้นมา ระยะเวลาช่วงก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ รัฐบาลได้ออกสลากกินแบ่งเป็นครั้งคราว เพื่อเพิ่มรายได้ให้รัฐ ต่อมา พ.ศ. ๒๔๘๒ ผู้นำรัฐบาลไทยขณะนั้น คือ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้ก่อตั้งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อออกสลากเดือนละครั้ง ต่อมาภายหลังจึงได้เพิ่มเป็นเดือนละ ๒ ครั้ง และช่วยจัดทำสลากกินแบ่งเพื่อการกุศลตามแต่จะมีมติอนุมัติโดยคณะรัฐมนตรี

เมื่อต้นปี พ.ศ. ๒๕๓๘ สลากกินแบ่งรัฐบาลและสลากการกุศลถูกรวมเข้าด้วยกันออกด้วยกันเดือนละ ๒ ครั้ง รายได้สุทธิที่ได้รับถูกจัดสรรให้แก่หน่วยงานต่างๆ ตามจุดประสงค์ของการออกสลาก นอกจากนี้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลยังได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้คนไทยหันมาซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วยข้อความที่ว่า วันนี้ ส่วนหนึ่งของการออกรางวัลทุกวงล้อที่หมุน คือ คุณภาพชีวิตที่คืนสู่สังคมไทย และภาพโฆษณาทางสื่อโทรทัศน์เป็นภาพคนพิการ เด็กด้อยโอกาส และคนชรา การประชาสัมพันธ์เชิญชวนเช่นนี้จึงมีอิทธิพลโน้มน้าวใจให้คนไทยผู้มีจิตกุศลได้ช่วยเหลือสังคมอีกทางหนึ่งด้วย
จาก : FS วันที่ เวลา : 2015-09-23 08:05:08
อีเมล : ไอพี : 58.9.172.87

ลบ



เงื่อนไขการเขียนความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ท่านได้อ่าน เขียนขึ้นมาโดยสาธารณชนผู้เข้าชม และจัดส่งขึ้นแสดงแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริง หรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณ หากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมาย หรือศีลธรรม รวมทั้งข้อความที่เป็นการกลั่นแกล้ง เพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ ติดต่อเรา หรือโทรศัพท์แจ้ง เพื่อให้เว็บมาสเตอร์ทราบ และทําการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ผู้โพสต์ ต้องแสดงชื่อจริง กับอีเมล และใช้ถ้อยคําที่สุภาพ เขียนถูกต้องตามหลักการใช้ภาษา ข้อความจึงจะได้ขึ้นแสดงบนเว็บไซต์

กรุณารีเฟรชหน้าจอ 1 ครั้งก่อนโพสต์


ข้อความ
รูป
นำรหัสไปใส่ด้านล่าง rq@$mba#Zy3E

รหัส

 

กรุณาบอกต่อเพื่อนของท่านด้วย คลิกที่ + เพื่อดูสื่อออนไลน์ทั้งหมดครับ

Addtoany facebook line