เกร็ดโหร

แนะนำดูดวงอนาคต 15 เดือน 300 บาท การันตีความแม่นเกิน 80 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป

โหราศาสตร์พระเวท มหาภารตะ และฤกษ์ประกาศเอกราชอินเดีย

ในคติความเชื่อของอินเดีย โหราศาสตร์พระเวทหรือ "ชโยติษ" (Jyotish - วิทยาศาสตร์แห่งแสงสว่าง) ถูกยกย่องให้เป็น "ดวงตาแห่งพระเวท"ศาสตร์นี้ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่การทำนายชะตาบุคคล แต่เป็นเข็มทิศระดับชาติที่ใช้ชี้วัดความอยู่รอดของอาณาจักร การเดินทัพ และการประกาศอิสรภาพ

มหาภารตะ: ลางบอกเหตุวิปโยค และโครงสร้างดวงดาวแห่งความตาย

ในมหากาพย์มหาภารตะ ฤๅษีวยาส (ผู้แต่งมหากาพย์) ได้อธิบายถึงลางร้ายบนท้องฟ้าก่อนเกิดสงครามทุ่งกุรุเกษตรไว้อย่างละเอียด ซึ่งนักดาราศาสตร์และโหราจารย์ยุคปัจจุบันสามารถนำมาคำนวณย้อนกลับได้อย่างน่าทึ่ง

  • อุปราคา 2 ครั้งใน 13 วัน: ลางร้ายที่รุนแรงที่สุดที่ถูกบันทึกไว้คือ "การเกิดจันทรุปราคาและสุริยุปราคาต่อเนื่องกันโดยมีระยะห่างเพียง 13 วัน" (โดยปกติรอบของข้างขึ้นข้างแรมคือ 14-15 วัน) ในทางโหราศาสตร์พระเวท การที่รอบปักษ์หดสั้นลงเหลือ 13 วันพร้อมกับเกิดอุปราคาคู่ ถือเป็นลางแห่งความพินาศ การนองเลือด และการล่มสลายของราชวงศ์ใหญ่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  • การรวมตัวของบาปเคราะห์ใหญ่: มีบันทึกถึงดาวเสาร์ (Shani) โคจรเข้าบีบคั้นดาวพฤหัสบดี และดาวอังคาร (Mangal) เดินถอยหลัง (Retrograde) เข้าสู่กลุ่มดาวชเยษฐา (Jyeshtha) และอนุราธา (Anuradha) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่กระตุ้นให้เกิดความขัดแย้ง ความรุนแรง และสงครามล้างเผ่าพันธุ์
  • ฤกษ์อมาวสีสีเลือด: สงครามทุ่งกุรุเกษตรเริ่มต้นขึ้นในวัน "อมาวสี" (คืนเดือนดับที่มืดมิดที่สุด) ซึ่งตามตำนานระบุว่า โหรฝั่งเการพพยายามแย่งชิงฤกษ์นี้ แต่ฝ่ายปาณฑพก็ใช้กลอุบายให้พระกฤษณะปรับเปลี่ยนเวลาจนได้เปรียบทางโหราศาสตร์ (เชื่อมโยงกับตำนานโหรใบ้ สหเทพ)

ฤกษ์ประกาศเอกราช: การงัดข้อระหว่างจักรวรรดิอังกฤษและโหราจารย์อินเดีย

เมื่อลอร์ด หลุยส์ เมานท์แบทเทน (Lord Louis Mountbatten) อุปราชคนสุดท้ายของอินเดีย ประกาศวันมอบเอกราช ท่านได้เลือก วันที่ 15 สิงหาคม 1947 โดยให้เหตุผลส่วนตัวว่าเป็นวันครบรอบ 2 ปีที่กองทัพญี่ปุ่นยอมจำนนต่อฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 2 (ซึ่งท่านเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

แต่เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไป บรรดาโหราจารย์ทั่วอินเดียต่างตกตะลึงและประท้วงอย่างหนัก!

  • วันที่เต็มไปด้วยคำสาป: ตามปฏิทินปัญจางค์ (Panchang) วันที่ 15 สิงหาคม 1947 ตรงกับวัน "จตุรทศี" (วันแรม 14 ค่ำ) ต่อเนื่องเข้าสู่วัน "อมาวสี" (เดือนดับ) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อิทธิพลของดวงดาวตกต่ำที่สุด ไม่เป็นมงคลอย่างยิ่งต่อการเริ่มต้นสิ่งใหม่
  • ลางแห่งการแตกหัก: โหรระบุว่า หากอินเดียถือกำเนิดในวันนั้น ประเทศจะต้องเผชิญกับการนองเลือด การแบ่งแยกดินแดน ความอดอยาก และความพินาศทางเศรษฐกิจอย่างหนัก (ซึ่งต่อมาก็เกิดเหตุการณ์แบ่งแยกอินเดีย-ปากีสถานที่มีผู้เสียชีวิตนับล้านคนจริงๆ)

"เที่ยงคืน" รอยต่อแห่งกาลเวลาและการแก้เคล็ดระดับชาติ

บรรดาโหราจารย์ นำโดย สุรยา นารายัน วยาส (Surya Narayan Vyas) และ ฮาร์ดีโอ ชาร์มา ตริเวดี (Hardeo Sharma Trivedi) ได้เจรจาต่อรองกับคณะผู้นำอินเดีย (ยาวาฮาร์ลัล เนห์รู) ว่าหากเปลี่ยนวันไม่ได้ ต้องใช้วิธีหา "ช่องโหว่ของเวลา" เพื่อหลีกเลี่ยงอิทธิพลร้าย

  • ความต่างของนิยาม "วันใหม่": ตามปฏิทินสากล (สไตล์อังกฤษ) วันที่ 15 สิงหาคม เริ่มต้นขึ้นในเวลา 00:00 น. (เที่ยงคืน) แต่ตาม โหราศาสตร์พระเวท วันใหม่จะเริ่มต้นที่เวลา "พระอาทิตย์ขึ้น" (Sunrise) ซึ่งก็คือเวลาประมาณ 05:30 น. ของเช้าวันที่ 15
  • อภิชิต มูหูรตะ (Abhijit Muhurta): โหรจึงเสนอให้ประกอบพิธีมอบเอกราชในเวลา เที่ยงคืนของวันที่ 14 สิงหาคม (เวลา 23:51 น. ถึง 00:15 น.) เพราะในทางสากล ถือว่าได้เข้าสู่วันที่ 15 สิงหาคมตามที่ลอร์ดเมานท์แบทเทนต้องการแล้ว แต่ในทางโหราศาสตร์ฮินดู เวลานี้ยังคงเป็นของวันที่ 14 และที่สำคัญคือช่วงเวลานี้ตรงกับ "อภิชิต มูหูรตะ" ซึ่งเป็นช่วงเวลาศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่าพระวิษณุทรงกำจัดอสูร ราหู เป็นช่วงเวลาที่ดวงดาวให้คุณสูงสุด สามารถปัดเป่าพลังงานด้านลบได้ทั้งหมด
  • ลัคนาพฤษภ (Vrishabha Lagna): โหรคำนวณให้ช่วงเวลาเที่ยงคืนนั้น ลัคนาของประเทศอินเดียสถิตอยู่ใน "ราศีพฤษภ" (สัญลักษณ์วัว) ซึ่งเป็นราศีประเภท "สถิรราศี" (Fixed Sign) อันหมายถึง ความมั่นคง ไม่คลอนแคลน และความอดทน เพื่อรับประกันว่าสาธารณรัฐอินเดียจะสามารถตั้งมั่นอยู่ได้ ไม่ล่มสลายลงไปแม้จะเผชิญวิกฤตการแบ่งแยกดินแดนก็ตาม

บทสรุป: นี่คือเหตุผลว่าทำไม ยาวาฮาร์ลัล เนห์รู นายกรัฐมนตรีคนแรกของอินเดีย จึงกล่าวสุนทรพจน์ที่โด่งดังระดับโลกชื่อ "Tryst with Destiny" (การนัดหมายกับโชคชะตา) ในเวลาเที่ยงคืนตรง! ถือเป็นชัยชนะของการผสานศาสตร์โบราณนับพันปี เข้ากับการเมืองโลกยุคใหม่ได้อย่างแยบคายที่สุด

Facebook LINE